dot dot
วิธีหาวันตกไข่ง่ายๆด้วยตัวเอง article

 

ปัญหาเรื่องการมีบุตรยากถือเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของคู่สามีภรรยา ตามปกติจะถือว่ามีบุตรยากต่อเมื่อแต่งงานและมีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอโดยที่ไม่ได้คุมกำเนิดนาน 1 ปี คำว่ามีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอหมายความว่ามีเพศสัมพันธ์กันอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์แต่ในคู่สมรสบางรายอาจจะมีภาระงานมากจนไม่มีเวลาก็อาจจะเลือกมีเพศสัมพันธ์กันเฉพาะวันที่ไข่ตกก็ได้ ในบทความนี้จะกล่าวถึงวิธีหาวันไข่ตกด้วยตนเองแบบง่ายๆแต่มีข้อแม้ว่ารอบเดือนของผู้หญิงจะต้องมาตรงทุกเดือน

 


การหาวันไข่ตกด้วยตนเองมี 2 แบบคือ
1.    คำนวนจากรอบเดือน
ก่อนอื่นต้องมีความเข้าใจพื้นฐานก่อนเรื่องการเปลี่ยนแปลงของรังไข่ในแต่ละวันของรอบเดือน


โดยปกติจะแบ่งการเปลี่ยนแปลงของรังไข่เป็น 2 ช่วงด้วยกันคือ
ช่วงก่อนไข่ตก (follicular phase) ช่วงนี้จะเริ่มตั้งแต่วันแรกของการมีรอบเดือน เป็นช่วงที่จะมีการเจริญของฟองไข่ เพื่อที่จะได้ไข่ที่สมบูรณ์ที่สุด 1 ใบเพื่อที่จะเข้าสู่ระยะตกไข่ต่อไป ความยาวของช่วงนี้ในผู้หญิงแต่ละคนจะแตกต่างไม่เท่ากัน
ช่วงหลังไข่ตก (luteal phase) ช่วงนี้จะเริ่มตั้งแต่ระยะหลังไข่ตกไปจนถึงวันก่อนที่จะมีรอบเดือนครั้งต่อไป ความยาวของช่วงนี้ในผู้หญิงแต่ละคนจะเท่ากันคือประมาณ 14 วัน
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทำไมผู้หญิงแต่ละคนถึงมีความยาวของรอบเดือนไม่เท่ากัน สาเหตุก็มาจากความยาวของระยะช่วงก่อนไข่ตกไม่เท่ากันนั่นเอง
วิธีคำนวนหาวันไข่ตกก็เริ่มจากต้องหาความยาวของรอบเดือนให้ได้ก่อนโดยคำนวนจาก
(วันแรกของรอบเดือนครั้งล่าสุด – วันแรกของรอบเดือนของเดือนก่อนหน้านี้) +1
หลังจากที่ได้แล้วก็หาวันที่ไข่ตกโดยคำนวนจาก
ความยาวของรอบเดือน – 14 ก็จะได้วันที่ไข่ตก
ตัวอย่าง
วันแรกของรอบเดือนครั้งล่าสุดคือ 7/3/56
วันแรกของรอบเดือนของเดือนก่อนหน้านี้คือ 6/2/56
ดังนั้นความยาวของรอบเดือนของผู้หญิงคนนี้คือ
(7/3/56 – 6/2/56) + 1 = 30 วัน
คำนวนหาวันที่ไข่ตกต่อโดยเอา 30-14 = 16
ดังนั้นวันที่ไข่ตกของผู้หญิงคนนี้คือ วันที่ 16 ของรอบเดือน
ต่อไปเราก็จะมาหาว่าวันที่ไข่ตกของเดือนนี้คือวันที่เท่าไร ก็นับจากวันแรกของรอบเดือนครั้งล่าสุดโดยถือเอาวันแรกของรอบเดือนเป็นวันที่ 1 ดังนั้นในผู้หญิงรายนี้ไข่จะตกวันที่ 22/3/56

 


2.    จากการตรวจปัสสาวะ โดยการซื้อชุดตรวจการตกไข่ซึ่งจะตรวจฮอร์โมนในปัสสาวะ
เราจะเริ่มใช้ชุดทดสอบได้เมื่อไร?
ให้คำนวณหาความยาวของรอบเดือนก่อนจากตัวอย่างข้างบน นำผลลัพธ์ที่ได้เทียบกับตารางด้านล่างนี้ ก็จะได้วันที่ควรจะเริ่มใช้ชุดทดสอบวันไข่ตก (ดังนั้นควรบันทึกวันที่มีประจำเดือนไว้เสมอ เพื่อทราบถึงความยาวของรอบเดือนปกติ)
รอบประจำเดือน    วันที่เริ่มตรวจ
      21 วัน                   วันที่ 5
      22 วัน                   วันที่ 6
      23 วัน                   วันที่ 7
      24 วัน                   วันที่ 8
      25 วัน                   วันที่ 9
      26 วัน                   วันที่ 10
      27 วัน                   วันที่ 11
      28 วัน                   วันที่ 12
      29 วัน                   วันที่ 13
      30 วัน                   วันที่ 14
      31 วัน                   วันที่ 15
      32 วัน                   วันที่ 16
      33 วัน                   วันที่ 17
      34 วัน                   วันที่ 18
      35 วัน                   วันที่ 19
      36 วัน                   วันที่ 20
      37 วัน                   วันที่ 21
      38 วัน                   วันที่ 22

วิธีใช้
1) หาภาชนะที่แห้งสะอาดรองปัสสาวะ (ภาชนะไม่ควรตื้นเกินไปเพราะจะทำให้จุ่มชุดทดสอบได้ไม่ลึกพอ)
2) ฉีกซองชุดทดสอบ จับบริเวณที่จับด้านสีเขียว (ไม่ควรฉีกซองทิ้งไว้ เพราะความชื้นในอากาศอาจทำให้แถบทดสอบเสื่อมคุณภาพ) และไม่ควรจับที่ส่วนอื่นๆนอกจากด้านสีเขียว
3) จุ่มในปัสสาวะ 5 วินาที โดยจุ่มไม่ให้เกินเส้นMax (อย่าจุ่มนานเกิน 10 วินาที)
4) วางแถบทดสอบบนพื้นราบที่แห้งสะอาด (ไม่ควรเป็นพื้นวัสดุที่ซึมน้ำเช่นผ้าหรือกระดาษ) และอ่านผลภายใน 5 นาที (แต่ไม่ควรเกิน 10 นาที)


การเก็บปัสสาวะ
1) งดน้ำและอาหาร (โดยเฉพาะอาหารที่เป็นของเหลว) เพราะน้ำจะทำให้ฮอร์โมนในปัสสาวะเจือจางและตรวจได้ผลที่คลาดเคลื่อน
2) อย่าใช้ปัสสาวะช่วงเช้าหลังตื่นนอนเพราะคุณอาจพบผลลวงได้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ 10:00-20:00 นาฬิกา เวลาที่ดีที่สุดคือช่วงบ่าย2 ถึง 5โมงเย็นเพราะฮอร์โมนมักจะสูงในช่วงที่ร่างกายเรามีกิจกรรมต่างๆ
3) ควรใช้ปัสสาวะตรวจในเวลาเดียวกันทุกวัน เช่นทุกวันตอนบ่าย2 เป็นต้น
4) ไม่ควรล้างบริเวณอวัยวะเพศก่อนปัสสาวะเพราะอาจทำให้มีน้ำเจือปนลงในปัสสาวะที่เก็บได้ ซึ่งจะทำให้ผลทดสอบคลาดเคลื่อนได้

การแปรผล
a) ขึ้น 1 ขีดที่แถบควบคุม ผลเท่ากับNegativeคือฮอร์โมนยังไม่สูง


b) ขึ้น 2 ขีดแต่ขีดที่แถบทดสอบจางกว่าที่แถบควบคุม ผลเท่ากับNegativeเช่นกัน


c) ขึ้น 2 ขีดและขีดที่แถบทดสอบเข้มใกล้เคียง เท่ากับ หรือมากกว่าแถบควบคุม ผลเท่ากับPositive คือฮอร์โมนขึ้นสูงสุดและจะมีไข่ตกภายใน 24-48 ชม.

d) ไม่ขึ้นขีดใดๆ หรือขึ้น 1 ขีดที่แถบทดสอบ แสดงว่าชุดทดสอบเสีย ให้นำชุดใหม่มาใช้



- หากฮอร์โมนในปัสสาวะเข้มข้นเพียงพอ คุณอาจเห็นผลPositiveเร็วเพียงในเวลาแค่ 40 วินาที
- โดยทั่วไปควรอ่านผลภายใน 5 นาที แต่เพื่อยืนยันว่าผลNegativeจริงๆ ควรรออ่านผลภายใน 10 นาที หากภายใน 10 นาทียังได้ผลNegativeนั่นคือยืนยันผลNegative แต่หาก 5 นาทีแรกเห็นผลPositiveไม่แน่ชัดและเพิ่งเห็นชัดหลัง 5 นาทีแต่ไม่เกิน 10 นาที ควรใช้ชุดทดสอบชุดใหม่ตรวจซ้ำอีกครั้งทันที หากได้ผลPositiveอีก(ภายใน 5 นาทีแต่ไม่เกิน 10 นาที)นั่นคือยืนยันผลPositive

การนำผลที่ได้ไปประยุกต์ใช้
เมื่อตรวจผลได้Positiveนั่นหมายถึงจะมีไข่ตกภายใน 24-48 ชม. หากมีเพศสัมพันธ์ภายในช่วงเวลาดังกล่าวโอกาสตั้งครรภ์ก็จะมีมากขึ้น
ควรหยุดใช้เมื่อใด หรือควรใช้นานกี่วัน?
เมื่อตรวจได้ผลPositiveแล้วให้หยุดการทดสอบต่อๆไปทันทีและให้ยึดถือ ผลPositiveครั้งแรกมาใช้ เพราะหากยังทดสอบอีกแม้ครั้งต่อไปจะแปรผลได้Positiveก็ไม่มีประโยชน์และ จะทำให้สับสนเปล่าๆ จำไว้เพียงแต่ว่าให้ยึดถือผลPositiveครั้งแรกมาใช้เท่านั้น

โดยปกติตรวจไม่เกิน 5 วันก็จะพบผลPositiveแล้ว เมื่อพบผลPositiveและมีเพศสัมพันธ์แล้วแต่ปรากฎว่าไม่ตั้งครรภ์ สามารถเริ่มใช้ชุดทดสอบได้อีก โดยคำนวณตามตารางข้างต้นอีกครั้ง

การเก็บรักษาชุดทดสอบวันไข่ตก

เก็บในที่แห้งและมีอุณหภูมิระหว่าง 2-30 องศาเซลเซียส (เก็บในอุณหภูมิห้องปกติ ห้ามแช่ตู้เย็น) และไม่ควรนำชุดทดสอบที่หมดอายุแล้วมาใช้




สาระน่ารู้เกี่ยวกับภาวะผู้มีบุตรยาก

package การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชและการรักษาภาวะมีบุตรยาก article
โรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่กับภาวะมีบุตรยาก article
แนวทางการรักษาภาวะมีบุตรยาก article
สาเหตุของภาวะมีบุตรยากและการตรวจค้นเบื้องต้น article



dot
แพ็คเกจของแผนกสูตินรีเวช
dot
bulletการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช
bulletการรักษาภาวะมีบุตรยาก
dot
คลินิกในแผนกสูตินรีเวช
dot
bulletคลินิกฝากครรภ์
bulletคลินิกตรวจโรคนรีเวชทั่วไป
bulletคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก
bulletคลินิกมะเร็งนรีเีวช
bulletคลินิกวัยทอง
bulletคลินิกตรวจสุขภาพของทารกในครรภ์
bulletคลินิกนรีเวชระบบทางเดินปัสสาวะ


แบนเนอร์ตัวอย่าง


Copyright © 2013 All Rights Reserved.